DSI เผยมีเบาะแสที่ซ่อนตัว พระธัมมชโย !

GettyImages-465218918-768x512อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีเบาะแสที่ซ่อน “พระธัมมชโย” เร่งพิสุจน์ทราบเพื่อขอหมายค้น ยันคง มาตรา 44 แต่อนุญาตให้ศิษย์เข้าวัดได้

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับร่วมกันฟอกเงินสมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร ว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดชุดสืบสวนหาตัวพระไชยบูลย์แล้ว โดยเบื้องต้นมีผู้แจ้งเบาะแสมาที่ดีเอสไอถึงสถานที่ในเครือข่ายวัดพระธรรมกายในประเทศไทย ที่คาดว่าพระไชยบูลย์จะไปหลบซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นเป็นสถานที่ที่เคยมีผู้แจ้งเบาะแสมานานแล้ว และอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศ มาตรา 44 ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอให้ศาลอนุมัติหมายค้นโดยเร็วที่สุด

ส่วนบริเวณวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่ายังไม่มีการยกเลิกประกาศพื้นที่ควบคุมตาม มาตรา 44 แต่ได้มีการลดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลและตั้งด่านลง และอนุญาตให้ศิษยานุศิษย์และพระเข้าไปภายในวัดได้ แต่ได้ประสานให้สำนักงานพระพุทธศาสนาและเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีดูแล ไม่ให้ทางวัดทำกิจกรรมที่เป็นการระดมมวลชนใดๆทั้งสิ้น และให้ยุติการชุมนุมบริเวณวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กระแสข่าวที่ระบุว่าพระไชยบูลย์อยู่นอกประเทศนั้น ก็เป็นเพียงข่าว เจ้าหน้าที่ต้องดูตามข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่าพระไชยบูลย์ออกนอกประเทศ

โดยได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี, ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ควบคุมดูแลพื้นที่วัดต่อไป

ส่วนการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยต่างจุดต่างๆรอบวัดพระธรรมกายจะปรับลดกำลังลงตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เเต่ยังคงความเข้มงวดไว้

นอกจากนี้ การดำเนินการจะเน้นเรื่องการข่าวของเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวพระธัมมชโย เนื่องจากผลการตรวจค้นวัดนั้นไม่พบตัว จึงคลายข้อสงสัยว่าพระธัมมชโยไม่ได้อาพาธตามที่เคยกล่าวอ้าง เเละสามารถเคลื่อนย้ายหลบหนีได้

ทั้งนี้ จะไม่มีการประชุมของกองอำนวยการร่วมและไม่มีการแถลงข่าวประจำวันที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค (ตชด.) ภาค 1 อีก เเต่หากมีสถานการณ์ จะเป็นการประชุมคณะทำงานเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อายุความตามหมายจับพระธัมมชโย ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยังเหลืออายุความอีกประมาณ 10 ปี

คอหวยแห่ชม ลูกหมู 6 ขา ตีเลขเด็ดแทงหวย

1-7-768x432ลูกหมูเกิดใหม่มี 6 ขา คอหวยไม่พลาดแห่ชมตีเลขเด็ดแทงหวย

วันที่ 11 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีลูกหมูประหลาดคลอดออกมามี 6 ขา จึงได้เดินทางตรวจสอบที่บ้านของน.ส.จรรยา ขำสุข อยู่บ้านเลขที่ 213 หมู 13 ต.เทพราช อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เมื่อไปถึงพบว่ามีชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางมาดูลูกหมูเพศเมียเกิดใหม่ มีขา 6 ขา โดยมีขาด้านหน้า 2 ขา ขาหลังมี 4 ขา และมีลำไส้ไหลออกมากองอยู่ด้าน แต่ลูกหมูตัวดังกล่าวเพิ่งเสียชีวิตก่อนไม่นานก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะเดินทางไปถึง

น.ส.จรรยา เจ้าของลูกหมูประหลาด เล่าให้ฟังว่า ตนเลี้ยงแม่หมูหลายตัวเพื่อผสมพันธ์ขาย ที่ผ่านมาแม่หมูตัวดังกล่าวเกิดลูกหมูมาแล้ว 1 คลอก ซึ่งปกติทุกตัว แต่คลอกนี้แม่หมูเกิดลูกหมูจำนวน 9 ตัว แต่มีลูกหมูเพศเมียอยู่ 1 ตัว ซึ่งคลอดออกมาเป็นตัวที่ 5 แต่เกิดมาผิดปกติไม่เหมือนลกหมูทั่วไป โดยมีขาหน้า 2 ขา และขาหลัง 4 ขา หมู แต่หลังจากลูกหมูประหลาดเกิดประมาณ 5 ชั่วโมงก็เสียชีวิต ส่วนลูกหมูตัวอื่นมีลักษณะปกติและปลอดภัยทุกตัว หลังลูกหมูประหลาดเกิดมาแล้วเสียชีวิ ตนได้ประสานไปยังนายอารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล เพื่อขอน้ำยาฟอร์มาลีน เพื่อนำมาแช่ซากลูกหมูประหาดเก็บไว้ในขวดโหลเพื่อไว้ให้ผู้คนมาดูชม หลังจากบรรดาคอหวยทราบข่าวว่าที่บ้านตนมีลูกหมูประหลาดเกิดมา จึงแห่กันมาขอดูลูกหมู พร้อมนำธูป เทียน ดอกไม้มาบูชาขอเลขเด็ดกัน อย่างไรก็ตามตนขอร้องบรรดาคอหวยว่าไม่ให้ทาแป้งลูกหมูประหลาดดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ที่ ต.เสาเภา อ.สิชล มีลูกหมูประหลาดเกิดมามี 2 หัว 3 ตา 2 ปาก ทำให้คอหวยที่แห่ไปชมต่างถูกหวยกันหลายคน ทำให้เชื่อว่าลูกหมูที่เกิดมาประหลาดให้โชค ทำให้ลูกหมูเพศเมียตัวนี้ เหล่าบรรดาคอหวยแห่ไปชมและตีเลขเด็ดจากลูกหมูประหลาดกันคึกคัก โดยตีเลขจากความประหลาดของลูกหมูและเลขที่บ้านที่ลูกหมูเกิด อาทิเช่น 213 , 246 , 24 , 26 ,62 ,42

พบกระดูกและเศษชิ้นเนื้อ เร่งพิสูจน์เป็นของนักท่องเที่ยวสาวหรือไม่

j2ทีมค้นหาใต้ทะเลพบกระดูกและเศษชิ้นเนื้อนำไปพิสูจน์ว่าเป็นของนักท่องเที่ยวสาวหรือไม่

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา จนกระทั้งเย็นทีมค้นหาเพื่อหาหลักฐานของแหม่มสาวรัสเซีย บนเกาะเต่า ได้รับรายงานจาก พันตำรวจโทโชคชัย สุทธิเมฆ สารวัตรใหญ่ สภ.เกาะเต่า เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ นายอำเภอเกาะพะงัน นายกเทศบาลตำบลเกาะเต่า ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยว กู้ภัยเกาะเต่า และผู้ประกอบการ ธุรกิจดำน้ำ ได้ทำการ ค้นหา ทั้งทางบกและทางน้ำ จำนวน 2 จุดคือ จุดดำน้ำหน้าวิวพ้อยรีสอร์ท และ ถ้ำใต้น้ำบริเวณหน้าแหลมตาโต๊ะ

ซึ่งทั้ง 2 จุด อยู่บริเวณใกล้เคียงอ่าวโฉลกบ้านเก่า หมู่ 3 ตำบลเกาะเต่า ซึ่งทีมค้นหาใต้ทะเลตรวจพบเศษกระดูก และชิ้นเนื้อบริเวณอ่าวโฉลกบ้านเก่า ซึ่งตรงข้ามกับเจพีรีสอร์ท และอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 400 เมตร ด้วยความลึก 4 ถึง 5 เมตร แต่ไม่พบอุปกรณ์การดำน้ำอย่างอื่นซึ่ง พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า สิ่งที่พบในครั้งนี้ต้องนำหลักฐานที่พบทั้งหมด ส่งต่อศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 เพื่อตรวจสอบหาความชัดเจนต่อไป ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ตอนนี้ว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นของ น.ส.วาเลนติน่า โนวาชเฮโนว่า(Valentina Novozhenova) อายุ 23 ปี สัญชาติรัสเซีย หรือไม่

แห่สัมผัส! ปราสาทหินพันยอด ที่เที่ยวใหม่แห่งท้องทะเลสตูล

768588-01แห่สัมผัสปราสาทหินพันยอด!!  ดินแดนหินดึกดำบรรพ์  กลางทะเล  แหล่งท่องเที่ยวใหม่เชิงอนุรักษ์เม็ดเงินสะพัดนับล้าน จ.สตูล

นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ หลั่งไหลกันมาเที่ยวชมสัมผัสความงดงามของ ปราสาทหินพันยอด ซึ่งเป็นหินดึกดำบรรพ์  450 ล้านปี  ยุคออโดวิเชียน  ในพื้นที่เขาใหญ่  เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา  ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบจากชาวบ้านในพื้นที่หลังมีการโพสต์ภาพความงดงามในโลกโซเซียล  ต่างได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสความสวยงามไม่เว้นแม้ไม่ใช่วันหยุด

นายสุมาตรา แซะอาหลี ปธ.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  บ้านปากบารา  ต.ปากน้ำ อ.ละงู  จ.สตูล  บอกว่า  หลังการพบแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่  ไม่ห่างจากฝั่งมากนักเพียงนั่งเรือ 20 นาที นักท่องเที่ยวก็จะสามารถสัมผัสความสวยงามของท้องทะเลที่สันสร้างความมหัศจรรย์ ให้ทุกคนได้ตื่นตา

โดยทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ที่มีการรวมกลุ่มกัน 5 กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  (บ้านปากบารา , บ้านบ่อเจ็ดลูก, บ้านโตะโล๊ะใส , บ้านหัวทาง และ บ้านท่าพะยอม)  ในพื้นที่ อ.ละงู พร้อมให้บริการ ทั้งเรือประมงพื้นบ้านนำเที่ยว ชูชีพ มัคคุเทศก์ เรือคายัค พร้อมอาหาร ในราคาประหยัด ปลอดภัย และไม่ไกลฝั่ง

ซึ่งทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละไม่น้อยกว่า 100 -200 คน โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์  สร้างงาน-รายได้ให้ชุมชนเดือนละไม่น้อยกว่า 500,000 บาท โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านปากบารา  อาหารทะเล ที่พัก รถโดยสาร พร้อมให้บริการกันทั้งหมด  ยังไม่รวมอีก 4 กลุ่ม มีเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า เดือนละ 3 ล้านบาทเข้าชุมชน โดยหลังจากนี้จะมีการพัฒนาในส่วนของการบริการให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมฝากภาครัฐช่วยโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวใหม่ให้เป็นที่รู้จัก  ก่อนที่จะลงเรือมุ่งหน้าไปเกาะหลีเป๊ะ สามารถเลือกท่องเที่ยว ปราสาทหินเขาพันยอด ชมฟอสซิลความงดงามของหินดึกดำบรรพ์ที่นี่ได้

ฮือฮา! คอหวยแห่ขอเลขเด็ดเจ้าแม่ตะเคียนยักษ์อายุกว่า 500 ปี

769982-01คอหวยทุกสารทิศแห่ร่วมบวงสรวงเจ้าแม่ตะเคียนยักษ์อายุกว่า 500 ปี ที่ จ.ชัยภูมิ พร้อมขอโชคลาศเลขเด็ดเพียบ

ผู้สื่อข่าวได้ติดตามลงพื้นที่ วัดโพธิ์ชัยศรี ม.1 บ้านห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นสถานที่นำต้นตะเคียนยักษ์มาเก็บไว้และพบชาวบ้านห้วยแย้ และ อ.ใกล้เคียงกว่า 1,000 คนที่ได้ยินข่าวการขุดพบต้นตะเคียนยักษ์ หรือเจ้าแม่ตะเคียนทองเกษร ขนาดวัดรอบโคนต้น 10 เมตร ความยาว 16 เมตร หรือ 32 ศอกหลังจากที่ชาวบ้านร่วมกันว่าจ้างรถขุดขึ้นจากลำห้วยยาง และ จ้างรถเครนมายกใส่รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อบรรทุกมาไว้ที่วัด

ซึ่งก่อนนี้มีชาวบ้านฝันว่าเจ้าแม่ตะเคียนทองต้นดังกล่าว พร้อมกับน้องๆ อีก 2 ต้นที่อยู่ในลำห้วยเดียวกัน อยากมาอยู่ที่วัดและมีผู้โชคดีถูกหวยรับโชคไปงวดที่ผ่านมา ซึ่งในการจัดพิธีในครั้งนี้ มีชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาที่ได้โชค ต่างร่วมใจจัดพิธีดังกล่าวขึ้น โดยพระครูใบฎีกาเพชร ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัยศรี นายอนันต์ แจ้งห้วย ผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยแห้หมู่ 1 และชาวบ้านต่างจังหวัดมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ในพิธีได้ตั้งเครื่องเซ่นชุดใหญ่มีนางรำมารำบวงสรวง 1 ชุด นอกจากนี้มีผู้ใจบุญและเซียนหวย ต่างนำอาหาร เช่น ขนมจีน น้ำดื่ม ไอศกรีม ขนม มาตั้งโรงทานแจกให้ผู้มาร่วมงาน ขณะที่มีมหกรรมพ่อค้าแม่ค้าเร่นำแผงลอตเตอรี่มาวางขายมากกว่า 50 แผง

เตรียมตัว อากาศร้อนตับแตก !! กทม. อุณหภูมิสูงสุด 38 องศาช่วงกลางวัน

2017-03-13_TopChart_01-768x480กรมอุตุนิยมวิทยาเผย พยากรณ์อากาศ ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ซึ่งในช่วงสัปดาห์นี้ ในช่วงวันที่ 12-13 มี.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ส่วนในช่วงวันที่ 14-18 มี.ค. บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกจะมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลงตลอดช่วง โดยมีข้อควรระวัง คือ ในช่วงวันที่ 14-18 มี.ค. ประชาชนที่อาศัยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย

ระทึก! ไฟไหม้ร้านอาหาร วอล์คกิ้งสตรีทพัทยา

770021-01เกิดเหตุไฟไหม้ ร้านอาหารกึ่งผับ ในวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา เสียหาย 3 คูหา- คุมเพลิงได้แล้ว คาด เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

วันนี้(15 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ร้านอาหารและผับ ชื่อ ร็อคสตรีท เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา ซึ่งตั้งอยู่ภายในวอล์คกิ้ง สตรีท พัทยา จ.ชลบุรี โดยก่อนหน้านั้น ได้เกิดหม้อแปลงระเบิด หน้าร้านก่อนที่เพลิงจะลุกลามเข้าไปภายในร้าน ลุกไหม้เสียหายทั้ง 3 คูหา และเพลิงยังลุกไหม้อาคารที่ติดกันเสียหายเล็กน้อย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบด้านใน ไม่พบว่า มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่

ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหาร บริเวณถนนวอล์คกิ้งสตรีท ย่านพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ด้าน พ.ต.อ.ชัชชพล ภัทรศิริพร ผู้กำกับ สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบมีอาคารได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 3 คูหา ประกอบด้วยร้าน Rock Street 2 คูหา และ อีก 1 คูหา คือ สถานให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามหาเจ้าของ คาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท เบื้องต้นตนพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างตรวจสอบภายในอย่างละเอียด โดยขณะนี้ยังไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตติดค้างอยู่

พายุฝนฤดูร้อนถล่มปทุมธานี พัดหลังคาบ้าน-ต้นไม้เสียหายหนัก

769740-01พายุฝนฤดูร้อนถล่มจังหวัดปทุมธานี พัดหลังคาบ้านและต้นไม้เสียหายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีพายุฝนฤดูร้อนพัดหลังคาบ้านและต้นไม้เสียหายเป็นจำนวนมาก ที่บริเวณ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่เกิดเหตุพบ นางถวิล พัฒคุ้ม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่19/2 ม.8 ต.คลองสี่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมามีฝนตกและพายุมาอย่างแรง พัดหลังคากระเบื้องที่บ้านเสียหายจำนวนหนึ่ง จึงเข้าไปหลบในห้องพอออกมาก็เจอกับหลังคาบ้านพังเสียหาย

ขณะที่ นายสมนึก ตุ้มโหมด อายุ 48 ปี เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนเองไม่อยู่บ้าน แต่พอกลับมาถึงบ้านต้องพบกับสภาพบ้านที่หลังคาพังลงมาเป็นจำนวนมาก ด้าน นางประเทือง วงศ์แจ้ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ กล่าวว่า พายุฝนฤดูร้อนพัดมาทางหมู่ที่ 6 ถึงหมู่ที่ 9 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทำให้ต้นไม้ล้มขวางถนน แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำออกไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีหลังคาบ้านของประชาชนจำนวน 20 หลังคาเรือนถูกพายุพัดได้รับความเสียหาย

ซึ่งขณะนี้ ตนเองได้ลงมาดูพื้นที่ พร้อมกับให้ความช่วยเหลือประชาชน นอกจากรี้ยังมีท่อน้ำประปาและหลังคากระเบื้องของโรงเรียนวัดเขาย้อย เสียหายจำนวนหนึ่งซึ่ง พรุ่งนี้ทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่จะได้ลงมาตรวจสอบความเสียหายพร้อมกับให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกคน

สุดยอด! ‘กาแฟขี้ชะมด’ รายแรกในตรัง

vs170310-015100360กาแฟขี้ชะมดรายแรกในตรัง รสชาติกลมกล่อม ผลิตออกจำหน่ายทั้งทางโลกออนไลน์และขายตรงให้กับนักท่องเที่ยว

วันที่ 10 มีนาคม 2560 นายสมศักดิ์ อักษรกาญจน์ อายุ 50 ปีใช้พื้นที่ของตัวเองประมาณ 1 ไร่ ที่หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เลี้ยงชะมดหรือมุสังหอม หรือทางภาคเหนือเรียกว่าอีเห็นข้างลายจำนวนกว่า 100 ตัว โดยป้อนให้กินเมล็ดกาแฟสด สลับกับกล้วย นม ผลไม้ที่มีกากใยและอื่น ๆ เพื่อนำขี้ชะมดที่ได้มาสกัดเป็นกาแฟขี้ชะมดเมืองตรัง โดยชะมด 1 ตัวจะกินเมล็ดกาแฟสุกวันละ 1 กิโลกรัมในช่วงเย็น และเช้าจึงสามารถเก็บขี้ชะมดไปตากแดดอีก 8 วันก่อนจะนำไปเข้าตู้อบอีก 6 เดือน แล้วนำมาคั่วด้วยความร้อน 200 องศาเป็นเวลา 13 นาที จึงสามารถนำมาบดให้เป็นผง นำออกจำหน่ายในราคาแก้วละ 200 บาท

แต่หากเป็นเมล็ดกาแฟที่คั่วสุกแล้วแต่ยังไม่บดเป็นผงขาย ซองละ 50 กรัม ราคา 1,000 บาท, ซองละ 100 กรัมราคา 2,000 บาท,ซองละ 150 กรัมราคา 3,000 บาท และซองละ 200 กรัมราคา 4,000 บาท ซึ่งการเก็บเมล็ดกาแฟที่คั่วสุกจะเก็บไว้ได้นานกว่ากาแฟผง ส่วนรสชาติของกาแฟขี้ชะมดหอม กลมกล่อม ละมุนละไมและนุ่มลิ้นมาก หอมติดลำคอ สร้างความกระปรี้กระเปร่า และชุ่มคอตลอดทั้งวัน ทำให้คอกาแฟนิยมดื่มกาแฟขี้ชะมดแม้จะมีราคาสูงกว่ากาแฟปกติทั่วไปก็ตาม

ซึ่งเกษตรกรฯ ได้หาซื้อชะมดจากชาวบ้านและเพาะขยายพันธุ์เองโดยมีใบอนุญาตจากกรมป่าไม้อย่างถูกต้อง แต่ปัจจุบันได้ยกการสงวนและคุ้มครองชะมดข้างลายแล้วเนื่องจากสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเกษตรกรได้ศึกษาข้อมูลการเลี้ยงชะมด รวมทั้งการทำกาแฟขี้ชะมดจากยูทูป ประกอบกับตัวเองจบทางด้านการเกษตร จึงหันมาทำกาแฟขี้ชะมดอย่างจริงจังเพื่อส่งขายให้กับนักท่องเที่ยว และตระเวนซื้อเมล็ดกาแฟสุก ปลอดภัยจากการใช้สารเคมีจากจังหวัดต่าง ๆ มาเลี้ยงชะมด ซึ่ง 1 ปีจะมีเมล็ดกาแฟสุกให้ชะมดกินได้ทุกวันรวมเวลา 3 เดือน คือตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคมนี้ ส่วนอีก 9 เดือนที่เหลือจะให้ชะมดกินกล้วย กินอาหารหมาอาหารแมว ซึ่งเป็นสัตว์ในตระกูลเดียวกันและผลไม้อื่น ๆ รวมทั้งเมล็ดกาแฟนอกฤดูกาลทั้งพันธุ์อะราบิก้าและโรบัสต้า และเป็นเกษตรกรรายแรกใน จ.ตรัง ที่ผลิตกาแฟขี้ชะมดออกจำหน่ายทั้งทางโลกออนไลน์และขายตรงให้กับนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้การผลิตต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟสุกรับซื้อในกิโลกรัมละ 40-50 บาท และต้องใช้เมล็ดกาแฟวันละ 100 กิโลกรัม หรือวันละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ทำให้ยังไม่มีคู่แข่งในจ.ตรังและจังหวัดใกล้เคียง ส่วนกาแฟขี้ชะมดหลังผ่านกระบวนการต่าง ๆ ต้องใช้เวลานานกว่า 6 เดือนจึงจะสามารถนำออกจำหน่ายได้ แต่ยังโชคดีที่ชะมดอายุ 8 เดือนก็สามารถผสมพันธุ์กันได้แล้ว และออกลูกครั้งละ 2-3 ตัวปีละ 2-3 ครั้งทำให้แพร่พันธุ์ชะมดได้อย่างรวดเร็วแต่ไม่ขายพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟขี้ชะมดรายแรกใน จ.ตรังเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกต้นกาแฟแซมในร่องสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน เพื่อนำผลผลิตเมล็ดกาแฟสุกป้อนให้กับตน โดยรับซื้อตลอดทั้งปีเพื่อจะให้มีกาแฟขี้ชะมดขายได้ตลอดทั้งปี ส่วนผลตอบรับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ซื้อไปเป็นของฝากให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ และในงานเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งเกษตรกรรับบดกาแฟให้ฟรีพร้อมเปิดให้ชิมรสชาติที่แตกต่างก่อนตัดสินใจซื้อด้วย

ซึ่งนายสมศักดิ์ฯ ผู้ผลิตกาแฟขี้ชะมด กล่าวว่า ได้ชะมดจะออกลูกมา 3-4 ตัวต่อครั้งปีละ 3-4 ครั้งโดยสะสมชะมดมาประมาณ 4 ปีได้ชะมดจำนวน 100 ตัวแล้ว และแต่ละปีสามารถมีกาแฟขี้ชะมดประมาณ 500 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 20,000 บาทสร้างรายได้นับ 10 ล้านบาท และยังเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกต้นกาแฟแทนการทำสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันซึ่งตนมองว่าจะขายได้ทุกวันและได้ราคาดีกว่ามากโดยรับซื้อเมล็ดกาแฟสุกปลอดสารเคมีในราคากิโลกรัมละ 40-50 บาทและไม่จำกัดจำนวน เพื่อผลิตกาแฟขี้ชะมดอย่างยั่งยืนเป็นระบบและครบวงจร ซึ่งจะส่งขายทั้งในและต่างประเทศต่อไปในอนาคต

เปิดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ทุ่งทานตะวัน กลางหุบเขาพังงา

769389-01เปิดจุดเช็กอินแห่งใหม่ ทุ่งทานตะวันกลางหุบเขาพังงา ประชาชน นักท่องเที่ยว แห่ชมความงามจำนวนมาก

วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่จำนวนมาก แห่ชมทุ่งทานตะวันจุดเช็กอินแห่งใหม่กลางหุบเขาพังงา ที่บริเวณสวนปาล์มฮิล รีสอร์ต ริมถนนไร้ฝุ่น เขาทอย หมู่ 3 ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา ซึ่งบานสะพรั่งออกดอกเพื่อรอการมาชมความสวยงามจากนักท่องเที่ยว โดยบรรยากาศท่ามกลางขุนเขาแสงแดดและสายลม สร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าชมเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับทุ่งทานตะวันเขาทอยแห่งนี้ จัดขึ้นโดยเจ้าของเอกชนรายหนึ่ง ที่มีแนวคิดให้ทุ่งทานตะวันพื้นที่จำนวนเกือบ 4 ไร่ ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามพร้อมถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก โดยคิดค่าบริการในการเข้าชมรายละ 20 บาท ทุกเพศทุกวัย พบว่าได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อในโลกโซเชียลเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นมีประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าใช้บริการชมความสวยงามตามธรรมชาติแห่งนี้วันละประมาณกว่า 500 ราย และมีการบอกต่อ โพสต์ต่อ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยเข้าชมอย่างต่อเนื่อง