งงเด้กันสุดๆ ไม่เนียน!? ‘ทอม’ ปัดไม่ใช่หน้ากากทุเรียนแต่เจอแชทกับเมนต์นี้แทบโป๊ะ

875454210-696x392สับขาหลอก ปิดบังอำพรางกันสุดฤทธิ์ จนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วใต้หน้ากากทุเรียนนั้นคือใครกันแน่ ล่าสุด นักร้องชื่อดัง “เจ เจตริน” ร่วมกับเหล่าโซเชียลตามหาตัวจริงของหน้ากากทุเรียนด้วยคน โดยหนุ่มเจโพสต์ภาพหลักฐานที่ได้แชทไลน์คุยกับ “ทอม Room39” ในช่วงที่มีการออกอากาศรายการ The Mask Singer รอบชิงแชมป์ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่าหนุ่มทอมก็ตอบไลน์กลับมาด้วย

โดย เจ เจตริน ถามว่า ทอมกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งหนุ่มทอมก็ตอบกลับมาว่า “กินข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่ครับพี่ ผมมีเล่นด้วยคืนนี้ ไม่ใช่ผมครับ” แต่งงานนี้ไม่จบแค่นั้น เมื่อสาวเชียร์ ฑิฆัมพร หนึ่งในคณะกรรมการของ The Mask Singer โพสต์คอมเมนต์บอกเจ ว่า “แคนทีนที่นี่ก็มีข้าวเหนียวค่ะพี่เจ” เอาแล้ว แบบนี้เรียกว่าไม่เนียนหรือเปล่าก็ไม่รู้

ชาวเน็ตอย่างเราคงต้องงงเด้ต่อไป เตรียมลุ้นอีกครั้งกับตัวจริงของหน้ากากทุเรียนในวันที่ 30 มี.ค. นี้เท่านั้น

สาวท้องวัย20ถูกสามีเมาราดน้ำกรด เสียโฉม-ตาใกล้บอด ต้องเลี้ยงลูกเล็กๆ ไร้เงินรักษา

21070005-696x392เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านโสน ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า มีหญิงสาวเคราะห์ร้ายน่าสงสาร เพราะถูกสามีเอาน้ำกรดสาดใส่ใบหน้าและลำตัว จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกชายอีก 2 คนวัย 4 ขวบ และ 1 ขวบ 7 เดือน แถมยังตั้งท้องในครรภ์อีก 4 เดือน กลายเป็นภาพน่าเวทนาต่อชาวบ้านในหมู่บ้าน

เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 150 บ้านโสน หมู่ 9 ต.บ้านยาง อ.เมือง พบชาวบ้านและญาติมาให้กำลังใจ น.ส.วันเพ็ญ เรืองรัตรัมย์ อายุ 20 ปี ในสภาพถูกน้ำกรดกัดกินทั่วลำตัว ตั้งแต่ใบหน้า แขน และแผ่นหลัง โดยเฉพาะดวงตาข้างขวา ต้องปิดไว้ตลอดเวลา ซึ่งอยู่ระหว่างการพักพื้นที่บ้าน

น.ส.วันเพ็ญ เล่าว่า ตนอยู่กินกับสามีมีลูกชาย 2 คน และกำลังตั้งท้องอีก 1 คน อาศัยอยู่กับบ้านพ่อ ส่วนแม่เสียชีวิตแล้ว มีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยก่อนหน้านี้มีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำ ส่วนใหญ่เป็นเพราะการเมาสุรา

เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ได้เกิดมีปากเสียงกันอีก แต่ไม่คาดคิดว่าสามีจะเตรียมน้ำกรดเอาไว้ เข้ามาจับแขนตนเอง แล้วเอาด้านถนัดจับขวดน้ำกรดสาดใส่แบบไม่ยั้งจนหมดขวด แล้วสามีหลบหนีไป ตนร้องดิ้นทุรนทุราย กระทั่งญาตินำส่งโรงพยาบาล โดยต่อมาตำรวจจับกุมตัวได้ตั้งข้อหาหนัก

การรักษาแพทย์ได้เอาเนื้อเยื้อที่ขามาปะตกแต่งใบหน้า และลำคอ ส่วนแขนและแผ่นหลัง ส่วนใหญ่จะหมอรักษาไปตามอาการที่เป็นห่วงตอนนี้คือดวงตาข้างขวาเริ่มมองไม่เห็น มีน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา หมอให้ยาหยอดตามาหยอดไว้บรรเทา

ส่วนสามีตอนนี้ถูกฝากขังไว้ที่เรือนจำรอการตัดสิน แต่สิ่งที่ฝากไว้มีแต่สิ่งทรมาน จึงอยากจะฝากเตือนนักดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะหากเมาแล้วจะขาดสติยั้งคิด ยิ่งถ้าดื่มแล้วขับยิ่งอันตรายมากกว่านี้หากภายในรถมีคนหลายคน ขนาดไม่ได้ขับตนเองยังเป็นเหยื่อของคนเมา
จนต้องหมดอนาคตแบบเอากลับคืนไม่ได้แล้ว

ท้าทั้งตำบล กี่คนก็ได้! “บะหมี่จอมพลัง 35 กิโลฯ” ห้านาที-กินหมด รับเลยครึ่งแสน

face-17-728x389จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว  สำหรับแคมเปญ “แข่งกิน 5 นาทีทรมาน” ของร้านก๋วยเตี๋ยวอินดี้ ขวัญใจนักกินสายฮาร์ดคอร์ อย่าง บะหมี่จอมพลัง

เกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องนี้ มี คุณณะ จงเจริญ อายุ 56 ปี คุณพ่อของคุณแนน-อรอมล จงเจริญ หนึ่งในหุ้นส่วนคนสำคัญของกิจการบะหมี่เจ้าดัง มาแจกแจงให้ฟัง กติกา 5 นาทีทรมาน ปีนี้โหดกว่าทุกปี แค่กินเยอะไม่พอ แต่ “พวก”ต้องเยอะด้วย และไม่ว่าคุณเป็นมือใหม่ หรือ มือโปร ก็แข่งได้แน่นอน

“บะหมี่ที่จะนำมาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ จะเสิร์ฟมาในจานขนาดสั่งทำพิเศษ เส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่า 100 เซนติเมตร เครื่องทั้งหมดประกอบด้วย เส้นบะหมี่ บร็อกเคอรี่ ไก่ม้วน หมูม้วน ปูจ๋า เครื่องต้มยำทะเล หอยแมลงภู่ ไข่ต้ม และลูกชิ้นยักษ์ น้ำหนักชั่งรวมทั้งจานประมาณ 35 กิโลกรัม”คุณณะ เผย

ก่อนบอกต่อว่า สำหรับจำนวนผู้ที่ต้องการเข้าแข่งขันในปีนี้ หนึ่งทีมจะมีกี่คนก็ได้ เรียกว่ายิ่งเยอะยิ่งมีโอกาสและหากกินหมดได้ภายใน 5 นาที รับไปเลยรางวัลที่ 1 เงินสด 5 หมื่นบาท กินหมดภายใน 6 นาที รับไปเลยรางวัลที่ 2 เงินสด 2 หมื่นบาท กินหมดภายใน 7 นาที รับไปเลยรางวัลที่ 3 เงินสด 1 หมื่นบาท กินหมดภายใน 10 นาที รับรางวัลที่ 4 กินฟรีทั้งโต๊ะ และรางวัลสุดท้าย รางวัลที่ 5 แม้กินไม่หมด แต่สู้ได้ประทับใจกองเชียร์ ก็ให้กินฟรีทั้งโต๊ะเหมือนกัน

สำหรับทีมไหน ที่ไม่สามารถกินได้ภายในเวลาหรือกติกาที่กำหนด พูดง่ายๆ คือ แพ้ จะต้องจ่ายค่าบะหมี่จานยักษ์ ในราคาปกติ 2,499 บาท โดยสามารถห่อกลับบ้านได้ ทางร้านจะแถมน้ำซุปและผ้าเย็นซับน้ำตา ให้

คุณณะ บอกด้วยว่า กิจการบะหมี่จอมพลังนี้ มีลูกสาวของเขาและแฟนหนุ่ม คือ คุกัณ-กัณฐัศว์ พงษ์ไพบูลย์เวชย์ บุกเบิกกันมาตั้งแต่อายุได้ยี่สิบต้นๆ ปีแรกร้านของพวกเขาได้รับความสนใจจากสื่อหลายแขนง เรียกว่า “มาแรง”แบบไม่ได้ตั้งตัว ต่อมาไม่นานมีการโจมตีบนโลกออนไลน์ค่อนข้างรุนแรงว่าคุณภาพอาหารของทางร้านอาจไม่ดีเท่าที่ควร ช่วงนั้นเครียดกันหมด เลยเตือนสติไปว่าอย่าคิดมาก แต่ให้ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด

“ทุกวันนี้โพสต์นั้นยังอยู่ไม่มีการลบออก เลยได้แต่ให้กำลังใจถ้าเราเป็นอย่างนั้นจริง คงไม่มีแฟนคลับเหนียวแน่นมาได้ห้าปีถึงทุกวันนี้และให้หลักยึดสำคัญมาตลอด คือ ต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบลูกค้า อาหารต้องอร่อย สะอาด สดตลอด และอย่าขยายร้านเกินตัว ค่อยก้าวไปทีละก้าว”คุณณะ ว่าให้ฟังอย่างนั้น

ทีมไหน ก๊วนใด สนใจสมัครเข้าแข่งขัน 5 นาทีทรมาน ปี 5 ของร้านบะหมี่จอมพลัง ยื่นความจำนงได้ทั้ง 4สาขา พุทธมณฑลสาย 1 ราชพฤกษ์ พระราม 5 ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ และ ตลาดนัดรถไฟ รัชดาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  โทรศัพท์ 089-964-4205  หรือ 098-890-9080 IG : บะหมี่จอมพลังIG : guntouch Line : @jompalangnoodle  เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. – 30 เม.ย.นี้ ขอบคุณภาพจาก :  Facebook/บะหมี่จอมพลัง ตลาดนัดรถไฟ

ชนวัวประวัติศาสตร์ “โคโหนด”ไล่ขวิดชนะ”ไอ้ทิว” คว้าเดิมพันเงินสดๆ 24 ล้าน สนานแทบแตก

7552557755-1-696x392เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่สนามกีฬาชนโคนานาชาติ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา นายเดชอิศม์ ขาวทองประธานกรรมการบริหารสนามกีฬาชนโคนานาชาติ รัตภูมิ ได้จัดการแข่งขันศึกวัวชนคู่แห่งศักดิ์ศรีนัดพิเศษแห่งปีของวงการวัวชนในภาคใต้อีกครั้ง และเป็นคู่เอกของรายการซึ่งสังกัดค่ายวัวชนชื่อดังของสองขั้วการเมืองใหญ่ในจ.สงขลา

โดยเป็นการพบกันระหว่าง “โคโหนดหลังขาวชัยชนะ” สังกัดค่ายดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ทีมการเมืองดังฝั่งอ.หาดใหญ่ กับ “โคแดงพลังสิงห์เจ้าปัญญา” หรือ”ไอ้ทิว” สังกัดค่าย สจ.เอก หรือนายฉัตรเพชร ครุอำโพธิ์ สจ.เขตอำเภอสิงหนคร จากทีมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นักการเมืองดังแห่งคาบสมุทรสทิงพระและลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

นายเดชอิศม์ กล่าวว่า คู่นี้เริ่มแรกมีเงินเดิมพันรวมกันแค่ 4 ล้านบาท ฝ่ายละ 2 ล้านบาท แต่จนถึงวันแข่งขันมีวงเงินเดิมพันสูงสุดถึง 24 ล้านบาทฝ่ายละ 12 ล้านบาท และเป็นสถิติใหม่ของสนามกีฬาชนโคนานาชาติอ.รัตภูมิ จากเดิมที่คู่ของโคแดงหนึ่งในเขา หรือไอ้แดง กับ โคนิลแซมเพชรทองแท้ หรือไอ้ดำวังนา ทำไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งมีเงินเดิมพัน 20 ล้านบาทเท่านั้น

บรรยากาศภายในสนามของการชนวัวศึกแห่งศักดิ์ศรีคู่นี้สนามแตกอีกครั้งมีเซียนวัวทั่วภาคใต้ และจากภาคเหนือภาคอีสานและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ เข้ามาเฝ้ารอชมร่วมหมื่นคน ในจำนวนนี้มีทั้งนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น เช่น นายถาวร เสนเนียม นายประพร เอกอุรุ สส.สงขลา นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของค่าย มาร่วมชมด้วย

และทันทีที่วัวทั้งสองตัวเดินลงสู่สนามได้สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาเซียนวัวโดยยกให้ โคแดงพลังสิงห์เจ้าปัญญา หรือไอ้ทิว เป็นต่อไล่ตั้งแต่ 10 ต่อ 7, 10ต่อ8, 10ต่อ9 จนมาเสมอกัน
และเมื่อวัวทั้งสองตัวมาเผชิญหน้ากันก็ไม่ได้ทำให้เซียนวัวผิดหวังได้พุ่งเข้าขวิดและชนกันทันทีโดยไม่ต้องดูเชิง

“นับเป็นการยกระดับวงการกีฬาวัวในภาคใต้เพราะนอกจากเซียนวัวแล้วยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ตีตั๋วเดินทางมาชมวัวคู่นี้โดยเฉพาะ ซึ่งทางสนามกีฬาชนโคนานาชาติอ.รัตภูมิ จะยกระดับกีฬาวัวชนให้มาตรฐานเทียบชั้นอาเซี่ยนและจะเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นของจ.สงขลาอีกด้วย”
นายวงศ์วชิระกล่าว

ฮอนด้า เปิดตัว‘ซีอาร์-วี ใหม่ เครื่องดีเซล-เบนซินให้เลือก พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด

All-new-Honda-CR-V_Front-Cover-696x445บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 5 ยนตรกรรมเอสยูวีระดับพรีเมียม ดีไซน์ภายนอกที่ผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อน ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมเกียร์ CVT

นายโนริอากิ อาเบะ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้า ซีอาร์-วี เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญที่สุดรุ่นหนึ่งของฮอนด้า ด้วยการเป็นยนตรกรรมเอสยูวีที่ครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายสะสมกว่า 8.7 ล้านคัน โดยฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ จะทำการผลิตที่โรงงานของฮอนด้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ใหม่รอบคันที่ให้ความรู้สึกหรูหรา แข็งแกร่งขึ้นในทุกมิติ โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้ายใหม่แบบ LED สะกดทุกสายตาขณะขับขี่ด้วย Daytime Running Light เสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจังหน้าแบบพรีเมียมได้รับการออกแบบด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตใหม่ สะท้อนความลงตัวในทุกมิติ

มาพร้อม 2 ขุมพลังขับเคลื่อนอัจฉริยะ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO 4 สูบให้กำลังสูงสุดถึง 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) ให้ทั้งอัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC 4 สูบ ให้กำลังสูงถึง 173 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 224 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาทีผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้การตอบสนองที่ทันใจ พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E85

เตะสมภารคาวงฉัน หนุ่มลูกสามฉุน แบ่งข้าวไม่ถูกใจ

p0106240360p1-696x523หนุ่มบุกเตะก้านคอเจ้าอาวาสวัดที่หาดใหญ่คาวงข้าว ขณะฉันเช้า เผยหอบลูก 3 คน มาขอข้าวก้นบาตร เจ้าอาวาสแบ่งแกงปลากับต้มจืดให้เด็กกินได้ด้วย แต่หนุ่มโหดกลับโมโหเพราะไม่ชอบแกงปลา ด่ากราดว่าพระเก็บแต่ของดีๆ ไว้กินเอง ก่อนก้มกราบ 3 ครั้ง แล้วหวดแข้งเข้าเต็มก้านคอเจ้าอาวาสจนล้มคะมำ ก่อนกราบขอโทษแล้วเผ่นหนี

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พระชำนาญ ทิพย์แก้ว พระลูกวัด วัดท่าเคียน ม.1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นตัวแทนพระปลัดเสน จิณณสาโร อายุ 77 ปีเจ้าอาวาส เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.จำลอง คงสวัสดิ์ รองสว.(สอบสวน)สภ.หาดใหญ่ ให้ดำเนินคดีกับชายคนหนึ่งที่ทำร้ายร่างกายพระปลัดเสนขณะฉันเช้าอยู่ภายในวัด เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

พระชำนาญเผยว่า เมื่อเวลา 07.30 น. ขณะเจ้าอาวาสพร้อมกับพระลูกวัดอีก 6 รูปกำลังฉันเช้าอยู่บนศาลาการเปรียญ มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนในละแวกวัดขี่รถจักรยาน ยนต์พาลูกมาด้วย 3 คน เข้ามาขออาหารเพื่อรับประทานกับลูกโดยขอเฉพาะกับข้าวเท่านั้น ส่วนข้าวสวยนั้นหุงรอไว้ที่บ้านแล้ว เจ้าอาวาสจึงแบ่งแกงปลาและต้มจืดให้ไปเพื่อให้เด็กสามารถรับประทานได้ด้วย
แต่ชายคนดังกล่าวกลับไม่พอใจ ระบุว่าไม่ชอบแกงปลา และต่อว่าเจ้าอาวาสเป็นการใหญ่ หาว่าพระฉันแต่ของดีๆ เอาของไม่ดีมาให้ชาวบ้านกิน จากนั้นพาลูกออกจากวัดไปทันที

หลังจากนั้นไม่นานชายคนดังกล่าวย้อนกลับมาอีกครั้งเพียงลำพังแล้วเดินตรงเข้าไปก้มกราบเจ้าอาวาสที่กำลังฉันเช้าอยู่ 3 ครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นเตะก้านคอเจ้าอาวาสจนหงายหลังล้มตึงได้รับบาดเจ็บ มีรอยฟกช้ำที่บริเวณโหนกแก้มด้านซ้าย ท่ามกลางความตกตะลึงของพระลูกวัด ก่อนจะพากันจับ ตัวไว้ได้พร้อมโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาควบคุมตัวแต่ขณะที่รอตำรวจชายดังกล่าวสำนึกผิดเข้ามากราบขอโทษเจ้าอาวาส และพยายามที่จะเอามือเจ้าอาวาสไปลูบหัว แต่เจ้าอาวาสไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ชายคนดังกล่าวจึงฉวยโอกาสเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์และรีบออกจากวัดไปทันที จึงเข้าแจ้งความตำรวจให้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ เผยว่า ขณะนี้รู้ตัวผู้ต้องสงสัยที่ทำร้ายร่างกายเจ้าอาวาสวัดท่าเคียนแล้ว ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ ได้ให้ตำรวจติดตามตัวมาสอบสวนและดำเนินคดี เพราะเกิดเหตุในเวลากลางวันและมีพยานยืนยันชัดเจน

หน้ากากอีกาดำทำพิษอีกราย! “ดีเจมะตูม” เอาจริง-ไลฟ์เฟซบุ๊กโชว์อมนิ้วเท้าสดๆ

reererytttyy-696x392เป็นอีกหนึ่งกระแสหลังรายการ The Mask Singer เมื่อ “ดีเจมะตูม” เตชินท์ พลอยเพชร ได้ออกมาท้าก่อนหน้านี้ว่า “หน้ากากทุเรียน = ทอม room39 หน้ากากอีกาดำ = คิง the voice1 ผิดไปจากนี้จะอมนิ้วโป้งเท้าโชว์เลย” และผลปรากฏว่า หน้ากากทุเรียนไม่ใช่ คิง เดอะวอยซ์ แต่เป็น เอ๊ะ จิรากร งานนี้ ชาวเน็ตจำนวนมากเรียกร้องให้ดีเจมะตูมทำตามสัญญาที่ให้ไว้

ล่าสุดในวันนี้ ดีเจมะตูม ทำตามสัญญา ออกมาไลฟ์เฟซบุ๊กสดๆ โชว์อมนิ้วโป้งเท้า ให้ชาวเน็ตได้เห็นกันถ้วนทั่วเจ้าตัวบอก รับกรรมตามสัญญา.. คลิปนี้มีชาวเน็ตเข้ามาดูมากกว่า 1 แสนวิว ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

“ฝ้ายฝาถัง” ลั่นไม่ได้โกง 9 แสน-ไม่ได้หนี อยากจะใช้เงินคืนแต่ตามหาเจ้าหนี้ไม่เจอ!?

rfgjfkdddddddddddddddddddd-696x392จากกรณีคลิป น.ส.วรีวรรณ์ รัตนภักดี โวยวายเด็กปั๊มที่เปิดฝาถังน้ำมันไม่เป็น ที่สถานีบริการน้ำมันย่านสะพานใหม่จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เวลาต่อมา มีหญิงคนหนึ่งไปแจ้งความที่ สภ.เพ จ.ระยอง ระบุว่าถูก น.ส.วรีวรรณ์ โกงเงินลงทุนขายลอตเตอรี่ไปจำนวน 9 แสน บาท ติดต่อไม่ได้ จนได้มาเห็น น.ส.วรีวรรณ์ในคลิป “ผู้กองฝ้าย” จึงขอให้ตำรวจไปดำเนินคดีกับน.ส.วรีวรรณ์ ดังกล่าว

ล่าสุด รายการ Amarin Morning News ทางช่องอมรินทร์ทีวี สอบถามไปยัง น.ส.วรีวรรณ์ รัตนภักดี หญิงสาวที่อยู่ในคลิป เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น น.ส.วรีวรรณ์ ระบุว่า ตนได้กู้เงินจากผู้ที่มาแจ้งความจริง 9 แสนบาท โดยตกลงจ่ายดอกเบี้ยที่ร้อยละ 12 ทุก 10 วัน โดยไม่มีหลักฐานการกู้เงิน แต่ช่วง 2-3 เดือน ที่ผ่านมาตนมีปัญหาทางธุรกิจจึงนำรถไปคำประกันและไปขายเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ ปรากฏว่าติดต่อเจ้าหนี้ไม่ได้แล้ว และตนก็ไม่ได้หลบหนีแต่อย่างใด

ส่วนกรณีคลิปที่โวยเด็กปั๊ม น.ส.วรีวรรณ์ อธิบายว่า ตอนนั้นตนโมโหมากที่ไม่มีใครเปิดฝาถังได้ รถจักรยานยนต์นั้นตนไปยืมมาขับ แต่ยังเจอเด็กปั๊มหัวเราะใส่ มาถามด้วยว่าเมาหรือเปล่า จึงหยิบโทรศัพท์ไปหาเพื่อนที่ชื่อ “ผู้กองฟ่าง” ไม่ใช่ผู้กองฝ้าย ซึ่ง “ฝ้าย” เป็นชื่อเธอ

เช็กด่วน! รีบดูที่หลังตู้-บ้านใครมีตุ๊กแกแบบนี้ พ่อค้าราชบุรีรับซื้อตัวละ 1 ล้านบาท!

hghnbjkpppp-696x392เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 18 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีผู้ประกาศรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสน – 1 ล้านบาท จึงรุดตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อไปถึงพบ นายเสียง นิลวรรณา อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน กำลังดูแลประคบประหงมตุ๊กแกที่เลี้ยงเอาไว้ในตะกร้าพลาสติกสีดำที่มีตาข่ายปิด นอกจากนั้นบริเวณหน้าบ้านยังได้ก่อปูนเป็นห้องสำหรับเลี้ยงตุ๊กแกขนาดกว้าง 2.5 เมตร ยาว 2.5 เมตร ภายในปิดหน้าต่างด้วยกระสอบป่าน ที่พื้นวางท่อนไม้ตามขอบผนังสำหรับให้ตุ๊กแกหลบซ่อนตัว โดย นายเสียง  ได้แจ้งว่าตนรับซื้อตุ๊กแกในราคาตัวละ 5 แสนบาทจริง แต่จะต้องมีขนาดยาว 18 นิ้ว

นายเสียง กล่าวว่า อดีตตนเองเป็นหัวหน้าแผนกติดตั้งเครื่องจักรกลของโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี เมื่อเกษียณอายุได้ทำงานเป็นผู้รับเหมาติดตั้งเครื่องจักรกล ซึ่งได้มีโอกาสเดินทางไปหลายจังหวัด จนกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา ตนไปพบกับอาชีพการเลี้ยงตุ๊กแกที่ จ.อ่างทอง และอีกหลายจังหวัดทางภาคอีสาน จึงสนใจศึกษาแล้วทดลองเลี้ยงเนื่องจากเห็นว่าการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ ตนจะออกหาและจับตุ๊กแกตามป่าและพื้นที่รกร้างในพื้นที่ จ.ราชบุรี และกาญจนบุรี มาเลี้ยงเพื่อให้ได้ขนาดตามความต้องการ ซึ่งทุกเย็น ตนจะให้อาหารเป็นจิ้งหรีด 5 – 7 ตัว ต่อ ตุ๊กแก 1 ตัว พร้อมกับให้อาหารเสริมประเภทน้ำมันตับปลา เพื่อเร่งการเจริญเติบโต และทำให้สุขภาพร่างกายของตุ๊กแกสมบูรณ์แข็งแรง จากนั้น เมื่อได้ขนาดตนก็จะนำออกขายให้กับพ่อค้ารับซื้อ ที่จะนำหางของตุ๊กแกไปทำเป็นยาอายุวัฒนะตามความเชื่อ จากนั้นระยะเวลา 2 เดือน หางตุ๊กแกจะงอกกลับมาเหมือนเดิม

นอกจากนั้น หากมีผู้ที่สามารถจับตุ๊กแกมาขาย ตนจะรับซื้อตามขนาดความยาว วัดตั้งแต่หัวไปจนถึงปลายหาง ถ้าขนาด 10 นิ้ว จะรับซื้อในราคา 500 บาท ขนาด 14 – 15 นิ้ว ราคา 4,000 – 7,000 บาท ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกาย ขนาด 16 นิ้ว ราคา 10,000 บาท ขนาดตั้งแต่ 17 – 18 นิ้ว ราคาจะอยู่ที่ 3 – 5 แสนบาท และถ้าหากสามารถหาได้ใหญ่กว่า 19 นิ้วขึ้นไป จะซื้อในราคา 1 ล้านบาท

ศิลปากรชี้ “พระบรมธาตุเจดีย์” นครศรีฯ เก่าแก่นับพันปี มีการตั้งเมืองมาก่อนกรุงสุโขทัย

542100000000-696x392สำนักศิลปากรที่ 14 ระบุผลการวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดีพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชในการขุดค้นครั้งที่ 2 ยืนยันมีอายุยาวนานกว่า 1 พันปีเป็นเมืองที่เก่าแก่กว่าสุโขทัย

นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช กล่าวในวันนี้ (22 มี.ค.) ถึงการพิสูจน์ความเก่าแก่ขององค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ที่จะนำมาประกอบเป็นรายงานทางวิชาการในการนำเสนอองค์พระบรมธาตุสู่การเป็นมรดกโลกว่าได้นำหลักฐานที่ขุดค้นค้น 8 จุดรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์สู่ห้องวิเคราะห์ครั้งที่ 2 ทำให้ทราบว่านครศรีธรรมราช มีการตั้งเมืองเก่าแก่มามากกว่า 1 พันปีก่อนที่จะก่อตั้งกรุงสุโขทัยอย่างชัดเจนแล้ว

“ผลการวิเคราะห์อายุทางโบราณคดีจากหลักฐานได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วงอายุคือ 1,000 ปี, 700 ปี และ 500 ปี โดยกลุ่มแรกเป็นหลักฐานที่มีอายุกว่า 1,000 ปีนั้น เป็นการขุดค้นในบริเวณดั้งเดิมคือทางเดินโบราณสู่องค์พระบรมธาตุเจดีย์ที่วิหารโพธิ์พระเดิม วิหารโพธิ์ลังกา ส่วนกลุ่ม 700 ปี จะเข้าสู่ยุคการซ่อมแซมปรับปรุงก่อสร้างเพิ่มเติมเสริมฐานองค์พระบรมธาตุเจดีย์ในช่วงสุโขทัย และกลุ่ม 500 ปีสมัยอยุธยาจะมีการก่อสร้างระเบียงคต วิหารหลวง วิหารธรรมศาลา”

และหลักฐานที่สอดคล้องคือศิลาจารึกหลักที่ 1 กรุงสุโขทัยระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “พ่อขุนรามคำแหงกระทำโอยทานแก่มหาเถรสังฆราชปราชญ์เรียนจบปิฎกไตร หลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี้ทุกคน ลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา” อันหมายความว่า พระเถรานุเถระปราชญ์ผู้รู้ไตรปิฎกล้วนแต่เดินทางมาจากเมืองศรีธรรมราช

อย่างไรก็ตามในผลทางโบราณคดีมีรายงานว่าจะเป็นการยืนยันด้วยหลักฐานทางวิชาการถึงการสร้างบ้านเมืองของนครศรีธรรมราชที่มีความเก่าแก่และมีความเจริญของบ้านเมือง พุทธศาสนามาก่อนก่อตั้งกรุงสุโขทัย และยังเป็นข้อมูลหลักฐานที่สนับสนุนการเป็นมรดกโลกขององค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชต่อไป นายอาณัติฯ ระบุ