สาว ม.2 ใจบุญ เจียดเงินค่าอาหารมารักษาเจ้าตูบถูกฟันขาสาหัส ทั้งที่ตัวเองก็ยากไร้

15991596_779916755497009_2018051919_o-696x392วันที่ 10 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งพบสุนัขถูกทำร้ายอาการสาหัส นอนรอความตายอยู่ที่ตาลดประชารัฐ เขตเทศบาลตำบลแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก จึงเดินทางไปตรวจสอบพบนางสุนัน คำสุข อายุ 50 ปี อาชีพรับจ้าง และ ด.ญ.พิมพิกา คำสุข อายุ 14 ปี ลูกสาวซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสรรพวิทยาคม อ.แม่สอด จ.ตาก โดยทั้ง 2 คน อยู่ระหว่างป้อนข้าวป้อนน้ำและทายารักษาโรคให้แก่สุนัขพันธุ์ไทย เพศผู้ สภาพร่างกายทรุดโทรมจนเหลือแต่กระดูก โดยพบมีแผลคล้ายถูกของมีคมฟันเป็นแผลฉกรรจ์ที่บริเวณขาทั้งสองข้าง เดินไม่ได้มานานนับเดือน โดยไม่มีใครมาช่วยเหลือดูแลจนเป็นที่น่าเวทนาแก่คนที่พบเห็น

นางสุนัน กล่าวว่า เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ตนกับลูกสาว ได้ยินเสียงสุนัขเห่าร้องด้วยความเจ็บปวด ที่บริเวณลำห้วยหลังบ้าน จากนั้นได้ชักชวนลูกสาว และยายข้างบ้านออกมาช่วยกันออกหาตามเสียงสุนัขที่เห่า กระทั่งพบกับสุนัขตัวดังกล่าวลอยคออยู่กลางลำห้วย ในสภาพใกล้จะหมดแรงและกำลังจมน้ำ พวกตนจึงรีบไปขอแรงผู้ชายมาช่วยนำตัวสุนัขขึ้นมาจากลำห้วยไปไว้ยังที่ปลอดภัย

นางสุนัน กล่าวต่อว่า ซึ่งในขณะนั้นขาของสุนัขมีบาดแผลฉกรรจ์ลึกและกว้างมาก คาดว่าอาจจะถูกคนทำร้ายด้วยของมีคมก่อนสุนัขจะวิ่งหนีตายพลัดตกลงไปในลำห้วยจนไหลไปตามกระแสน้ำเป็นระยะทางยาวไกล ตนและลูกสาวได้ช่วยกันนำยาฆ่าเชื้อมาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วนำตัวสุนัขไปนอนพักกลางตลาดแต่อาการไม่ดีขึ้น

ด้านด.ญ.พิมพิกา กล่าวว่า ตนและแม่มีฐานะยากจนพักอาศัยภายในบ้านที่ทางราชการสร้างให้พร้อมเพื่อนบ้านรวม 3 หลัง ซึ่งทุกวันตนจะตื่นแต่เช้าออกมาป้อนอาหารและน้ำ และทายารักษาโรคเบื้องต้นให้สุนัขตัวนี้ โดยค่าอาหารสุนัขตนแบ่งจากค่าขนมที่มีเพียงเล็กน้อยจากการไปโรงเรียนแบ่งปันจัดหาอาหารมาป้อนให้สุนัขตัวนี้ ซึ่งทำแบบนี้มานานนับเดือน และทุกครั้งสุนัขได้รับอาหารก็จะมีน้ำตาไหลออกมา ตนก็รู้สึกเวทนาสงสารเป็นอย่างมาก

“ล่าสุดสุนัขมีอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่องมีเลือดไหลทางจมูก และต้องนอนอยู่หน้าห้องน้ำของตลาดแห่งนี้โดยมีแมลงวันตอมเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนและครอบครัวก็ทำหน้าที่เป็นหมอจำเป็นดูแลเบื้องต้นตามมีตามเกิด และขอวิงวอนขอผู้ใจบุญให้มาช่วยนำสุนัขตัวนี้ไปรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากตนและครอบครัวมีฐานะยากจน และเกรงว่าสุนัขเคราะห์ร้ายตัวนี้จะเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาในเร็ววันนี้” ด.ญ.พิมพิกา กล่าว

ความบังเอิญมหัศจรรย์ ของ “เจ ชนาธิป” กับการสวมเสื้อเบอร์ 18 ลงเจลีค

jjjjj01d-1-696x403หลังจากบินไปเล่นให้ สโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโร ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย “เมสซี่เจ”ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และนักเตะทีมชาติไทย จะเป็นผู้เล่นคนใหม่สู้ศึกเจ-ลีก 2017 ท่ามกลางเสียงยินดีและชื่นชมของแฟนๆ ที่รอติดตามผลงาน

โดยพบว่า เพจ “จอน” ได้เขียนเกี่ยวกับความบังเอิญที่เกิดขึ้นกับ เจ ในการไปเล่นเจลีค ครั้งนี้ ที่ตัวเจ เองก็แชร์เรื่องดังกล่าวไว้เช่นกัน โดยระบุ ว่า “ไม่รู้ว่าอะไร ดลใจให้ครอบครัว “สรงกระสินธ์” ตั้งชื่อเล่นลูกชายคนเล็กว่า “เจ”  เจไม่ได้มีลีกเป็นของตัวเอง แต่กำลังไปเล่นที่ “เจลีก”ชื่อภาษาอังกฤษของเจ คือ Chanathip Songkrasin มีตัวย่อว่า CS ชื่อสโมสรที่เจไปสังกัด คือ Consadole Sapporo มีตัวย่อว่า CS

ที่ญี่ปุ่น มีการ์ตูนเกี่ยวกับฟุตบอลเรื่องหนึ่งชื่อว่า  “FANTASISTA มหัศจรรย์สิงห์นักเตะ” พระเอกของเรื่องเป็นเด็กชาวญี่ปุ่น  เขาตัวเล็กเหมือนเจ เขามีพรสวรรค์เหมือนเจ เขาเตะบอลเก่งจนคนยกย่องเหมือนเจ เขาใส่เบอร์ 18 เหมือนเจ และสีเสื้อเดียวกับสโมสรที่เจกำลังไปสังกัด การ์ตูนเล่มนี้วางแผงครั้งแรก ปี 1999  ชนาธิปจะลงเล่นในเจลีกครั้งแรก ปี 2017 เท่ากับ 18 ปี 18 จำนวนครั้งพอดี ที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ เพื่อหานักเตะที่เหมือนพระเอกการ์ตูนเรื่องนี้ที่สุด และตอนนี้โลกได้เจอแล้ว

3 ข้อต้องห้าม! หากอยากดื่มน้ำผักผลไม้ให้สุขภาพดีแท้จริง

ahr0cdovl3azlmlzyw5vb2suy29tl2jslzavd28vdxavmjaxns8xmi9ozwfsdgh5lxzlz2v0ywjszs1qdwljzxmtzm9ylxdlawdodc1sb3nzlmpwzwการดื่มน้ำผักผลไม้ย่อมทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารเข้าไปอย่างเต็มๆ และเข้มข้นมากขึ้น แต่ดื่มทั้งทีจะต้องเลือกดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นสดเท่านั้นจะดีที่สุด เพราะหากเลือกดื่มในรูปแบบบรรจุกล่องที่วางขายกันทั่วไป เครื่องดื่มบรรจุกล่องสำเร็จรูปเหล่านั้นล้วนไม่มีสารอาหารใดๆ หลงเหลือแล้วค่ะ หรืออาจจะเหลือน้อยมากจะมีก็แต่น้ำตาลและโซเดียมเท่านั้นที่มีปริมาณสูง ยิ่งกินก็จะยิ่งทำให้เราอ้วนและบวมน้ำได้

ดังนั้น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มบรรจุกล่องเหล่านั้น แต่หันมาปั่นน้ำผักผลไม้สดดื่มกันดีกว่า แต่ก่อนอื่นสาวๆ ควรรู้ไว้ก่อนนะคะว่าน้ำผักผลไม้ที่เราปั่นดื่มนั้น ควรปั่นดื่มอย่างไรไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายตามมา มาศึกษาข้อมูลกันไว้ตามนี้ รับรองคุณจะรู้วิธีการปั่นดื่มในช่วงเวลาที่เหมาะสมและทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารเข้าไปบำรุงอย่างเพียงพออีกด้วย

ไม่ควรปั่นผักสีเขียวเข้มดื่มมากเกินไป

หลายคนอาจคิดว่าผักสีเขียวล้วนเป็นแหล่งของสารอาหารที่มีประโยชน์สูง แต่รู้มั้ยคะว่าหากคุณนำมาปั่นดื่มมากเกินไปรสขมจากผักเขียวๆ นอกจากเหม็นเขียวแล้วยังอาจทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนได้ด้วย ดังนั้น ไม่ควรใส่ผักสีเขียวมากเกินกว่า 25% ของผักผลไม้ทั้งหมดที่นำมาปั่น ลองเติมผักผลไส้สีอื่นๆ ลงไปบ้างนอกจากทำให้รสชาติดีขึ้นแล้ว ยังทำให้คุณไม่มีอาการอาเจียนง่ายอีกด้วย

ล้างผักผลไม้ไม่สะอาด

แม้ผักผลไม้ที่เราไปซื้อมามันจะบรรจุในแพ็กที่แลดูสะอาดเรียบร้อย แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้สะอาดอย่างที่ตาเราเห็นหรอกนะคะ ดังนั้น ก่อนนำมาปั่นจึงควรล้างให้สะอาดหมดจดเพื่อกำจัดสารเคมีที่ใช้ฆ่าแมลงให้หมดไปก่อน ไม่เช่นนั้นแล้ว แทนที่ดื่มแล้วจะได้สารอาหารกลับมาเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรง แต่อาจจะรับเอาสารเคมีมาสะสมภายในร่างกายเพิ่มจนก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงที่จะเกิดจากสารพิษเหล่านี้สูง

ไม่ควรใส่ผักผลไม้แบบมั่วๆ ลงไปปั่น

บางคนดื่มน้ำผักผลไม้แล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและท้องเสียตามมา นั่นเพราะคิดว่าจะหยิบเอาผักผลไม้อะไรก็ได้มาปั่นรวมแบบมั่วๆ ก็ไม่มีปัญหา แต่บอกเลยค่ะว่านั่นเป็นวิธีการปั่นที่ไม่ถูกต้อง เพราะสารเคมีบางชนิดจากผักผลไม้อาจจะทำปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์กับร่างกายของเรา แทนที่จะทำให้สุขภาพดีก็อาจจะทำให้คุณกลับมาป่วยแทนได้ ดังนั้น ก่อนปั่นดื่ม แนะนำให้ศึกษาหาข้อมูลก่อนค่ะว่าผักผลไม้ชนิดใดสามารถปั่นรวมกันได้บ้าง และชนิดใดที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ควรนำมาปั่น ไม่เช่นนั้น มีหวังได้พึ่งยาและป่วยตามมาในที่สุด

แชร์เก็บไว้เลย !! แค่กินฟักทองนึ่งแบบนี้ วันละ 2-3 ชิ้น ประโยชน์ที่ได้บอกเลคุ้มค่ามาก

1370063720ฟักทอง เป็นผักที่มีประโยชน์มากอีกชนิดหนึ่ง นอกจากเราจะนำฟักทองเป็นอาหารแล้ว ฟักทองยังมีฤทธิ์เป็นยาได้ด้วย เพราะในฟักทองมีวิตามินอยู่หลายชนิด สามารถป้องกันและรักษาได้หลายโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไต
และการนำฟักทองมาใช้เป็นยานั้น สามารถใช้ได้ทั้งเนื้อ เมล็ด ราก และเครือฟักทอง เรียกว่ามีประโยชน์ทั้งต้นจริงๆ

ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับผักผลไม้ชนิดนี้กันค่ะ ว่าในผลฟักทอง 1 ผลจะมีประโยชน์ในด้านไหนบ้าง และควรบริโภคอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
1. ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยความแก่ชรา
2. ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิว ให้เปล่งปลั่งสดใส และช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น
3. ฟักทองมีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
4. สามรถกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
5. สามรถควบคุมความดันโลหิต บำรุงตับ บำรุงไต บำรุงดวงตา และสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพ
6. ในฟักทองมีคอลลาเจนตามธรรมชาติ จึงช่วยเสริมสร้าง คอลาเจนใต้ผิวหนังช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส
7. ฟักทองมีกรดโปรไพโอนิคซึ่งมีส่วนทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง
8. ฟักทองให้พลังงานต่ำ ไขมันน้อย จึงเหมาะแก่คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
9. ป้องกันการเกิดนิ่ว เพราะในฟักทองมีสารคิวเคอร์บิติน มีฤทธิ์ช่วยช่วยขับปัสสาวะ สามารถป้องกันการเกิดโรคนิ่วได้
10. ฟักทองมีฤทธิ์อุ่นซึ่งจะช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี
ข้อควรระวัง : การทานฟักทองมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องได้ เพราะฉะนั้นควรทานแต่พอดีนะคะ

ให้ว่อง!รั่วหนักมาก!ภาพ‘ซัมซุง กาแล็กซีเอส 8’?

กาแล็กซีเอส-8-696x463

ฟอร์บส์รายงานว่า สมาร์ตโฟนเรือธง “กาแล็กซี เอส 8” จากค่ายซัมซุง ประเทศเกาหลีใต้ ที่กำลังเป็นที่จับตามองของเหล่าสาวกและแวดวงไอที อาจประสบกับภาวะภาพเครื่องรั่วไหลเป็นครั้งแรกแล้ว ภายหลังมีผู้ใช้ชาวจีนคนหนึ่งโพสต์ภาพสมาร์ตโฟนปริศนาที่มีลักษณะตามข่าวลือก่อนหน้าว่าอาจเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นดังกล่าวทาง เว่ยป๋อ โซเชียลออนไลน์ยอดนิยมในจีน โดยจะสังเกตได้ว่าด้านล่างนั้นปุ่มโฮมหายไปแล้ว และมีอัตราส่วนจอภาพต่อเครื่องที่มากขึ้นตามข่าวลือด้วย

ขณะที่แอนดรอยด์อูธอริตีคาดว่า ซัมซุง จะเปิดตัวเครื่องรุ่นดังกล่าวในวันที่ 17-18 เม.ย.นี้ โดยซัมซุงมีเป้าหมายจะจำหน่ายสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ใได้ถึง 60 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งฟังก์ชั่นที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุด คือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ตัวใหม่ชื่อว่า บิกซ์บี (Bixby) หลังกำไรไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี แม้ซัมซุงจะต้องยุติการจำหน่ายเครื่องแฟ็บเล็ตเรือธง กาแล็กซี โน้ต 7 จากปัญหาที่บางเครื่องระเบิดและลุกไหม้ โดยไม่ทราบสาเหตุ

“แกงกระด้าง” เมนูเด็ดหน้าหนาว แม่ค้าเชียงใหม่ทำขายชิ้นละ 5 บาทลูกค้าติดใจ หมดเกลี้ยงทุกวัน

201701090814128-20021028190510-696x486

แกงกระด้างเมนูยอดนิยมชาวเชียงใหม่ อาหารยอดนิยมตามฤดูกาล รสชาตินุ่มคล้ายวุ้น มันและเผ็ดหอมพริกไทย นิยมกินกับข้าวเหนียวในตอนเช้า แม่ค้าทำขายชิ้นละ 5 บาท หมดภายในพริบตา

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว แม่ค้าที่ขายอาหารพื้นเมืองพากันทำ “แกงกระด้าง” ซึ่งเป็นเมนูอาหารพื้นเมืองยอดฮิต ที่มีเฉพาะฤดูหนาวออกมาวางขายให้กับประชาชนชาวเชียงใหม่

นางวันเพ็ญ จรัญเต๋ เจ้าของร้านอาหารพื้นเมืองย่านสันป่าข่อย เปิดเผยว่า แกงกระด้างเป็นเมนูยอดนิยมของคนเชียงใหม่ในฤดูหนาว โดยที่ร้านจะทำแกงกระด้างขายให้ลูกค้าทุกวันช่วงฤดูหนาว ในราคาถูกชิ้นละ 5 บาท โดยขายคู่กับอาหารพื้นเมืองเมนูอื่นเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นอาหารยอดนิยมตามฤดูกาลของชาวเชียงใหม่ อีกเมนูหนึ่ง

โดยแกงกระด้างไม่ได้มีน้ำแกงเหมือนกับชื่อ แต่มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมมีเนื้อคล้ายวุ้น แกงกระด้างเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “แกงหมูหนาว” ทำจากขาหมูและตีนหมู ซึ่งเป็นส่วนที่มีเอ็นมาก นำมาต้มจนเปื่อย ก่อนที่จะนำเนื้อที่ได้มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ มาไว้ในถาด ส่วนน้ำต้มขาหมูจะนำมาเคี่ยวปรุงด้วยเครื่องเทศประกอบด้วยรากผักชี พริกไทยเม็ด จะได้น้ำแกงที่ข้นเหนียว เสร็จแล้วจะเททิ้งไว้ในถาดที่มีเนื้อหมูทิ้งไว้แล้วปิดฝา เมื่อผ่านอากาศหนาวข้ามคืน รุ่งเช้าน้ำแกงก็จะแข็งตัวกลายเป็นวุ้น จากนั้นนำผักชีหั่นโรยหน้าแกงกระด้างก่อนจะนำไปขาย

ตอนที่รับประทานเมื่อกัดเนื้อของแกงกระด้างจะนุ่มคล้ายวุ้น รสชาติอร่อย หอมพริกไทย ซึ่งแกงกระด้างเมื่อซื้อไปแล้ว หากไม่ใส่ตู้เย็นจะละลายตัวภายใน 3-4 ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่ชาวเชียงใหม่มักจะนิยมกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ ในตอนเช้า

“ที่นอนหลอด” ร.ร.บ้านนา แก้ปัญหาผู้ป่วยติดเตียง

2-143-696x512 จากปัญหาสู่การคิดค้นผลงานที่สร้าง สรรค์ น้องๆ คณะยุวอาสาในโครงการ “ที่นอนหลอด SUPPORT” โรงเรียนบ้านนา “นายกพิทยากร” จ.นครนายก เล็งเห็นถึงความสำคัญของแนวทางการรักษาผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยนอนติดเตียงเป็นเวลานาน ทำให้เกิดแผลกดทับตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ด้วยการใช้ที่นอนที่มีวัสดุทำจากหลอดเป็นส่วนประกอบสำคัญ หรือเรียกว่า “ที่นอนหลอด” ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก โดยสอนวิธีประดิษฐ์ที่นอนหลอดแก่กลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุในชุมชน รวมถึง อสม.ในชุมชน นำวัสดุเหลือใช้มาสร้างเป็นผลงานที่มีคุณค่าเพิ่ม ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดขยะมูลฝอยในชุมชนและโรงเรียน ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี

โครงการ “ที่นอนหลอด SUPPORT” เป็น 1 ใน 28 โครงการจิตอาสาระดับประเทศ Gen A (Empower Active Citizen) 2016 “พลังพลเมืองจิตอาสาเปลี่ยนประเทศ” ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิธรรมดี และองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมต่างๆ อาทิ บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จำกัด และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีให้เยาวชนแสดงพลังสร้างสรรค์โครงการจิตอาสาช่วยเหลือสังคมตามศักยภาพที่มีอยู่

น้องบิว น.ส.พลอยไพลิน วรวงษ์ นักเรียนชั้น ม. 6 โรงเรียนบ้านนา “นายกพิทยากร” หัวหน้าโครงการที่นอนหลอด SUPPORT เล่าว่า “จุดเริ่มต้นของโครงการเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของโรงพยาบาลบ้านนาในการทำที่นอนหลอด โดยปกติแล้วทางโรงพยาบาลจะติดต่อกับธนาคารขยะของโรงเรียน เพื่อนำไปทำที่นอนหลอดให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยนอนติดเตียงในโรงพยาบาล โดยจะทำเฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น ทว่าไม่มีบุคลากรเพียงพอในการผลิต จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยที่อยู่นอกโรงพยาบาลหรือในชุมชน ทางกลุ่มจึงนำความรู้เรื่องการทำที่นอนหลอดนี้ไปต่อยอด และสอนเพื่อนๆ น้องๆ ในโรงเรียนจนประสบความสำเร็จ”

ปัจจุบันนำองค์ความรู้นี้ไปถ่ายทอดต่อให้กลุ่มเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ อาทิ โรงเรียนผู้สูงอายุบ้านนา องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา และประสานงานกับโรงพยาบาลบ้านนา อนามัยชุมชน และ อสม. โดยมีมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นอีกหนึ่งกำลังสนับสนุน ตอนนี้มีสมาชิกในชมรมจำนวน 90 คน คอยช่วยเหลือกัน

ขั้นตอนการทำที่นอนหลอด เริ่มจากการรับบริจาคหลอดจากโรงเรียน ร้านค้า ร้านอาหารในชุมชนที่ใช้แล้วมาล้างทำความสะอาด นำมาตากให้แห้ง หลังจากนั้นนำหลอดมาตัดให้ได้ขนาดประมาณ 1 ซ.ม. เสร็จแล้วนำมายัดใส่ผ้าที่ตัดเย็บเป็นรูปทรงหมอนให้เรียบร้อย แล้วส่งมอบให้ผู้สูงอายุในชุมชนและศูนย์ผู้พิการในอำเภอ ได้ผลตอบรับที่ดีจากผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีปัญหาเรื่องแผลกดทับจากการนั่งและนอนเป็นเวลานาน หลังจากใช้ที่นอนหลอดนี้ ปัญหาเรื่องแผลกดทับก็ทุเลาลงและหายเป็นปกติภายในหนึ่งเดือน

สุดสะเทือนใจ! นักท่องเที่ยวจับนกนางนวลหนีหนาวถ่ายรูปทำปีกหักหลายตัว

54657titled-1-696x403China Xinhua News ได้รายงานเหตุการณ์นกปีกหักซึ่งเกิดจากฝีมือนักท่องเที่ยวจับมันมาถ่ายรูป ว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาที่เขื่อนไห่เกิ่งในคุนหมิงเกิดเหตุนักท่องเที่ยวจีนจับนกนางนวลเหล่านี้เพื่อมาถ่ายรูปถึง 4 คดีด้วยกัน ซึ่งทุกๆ ฤดูหนาว นกนางนวลหัวดำหลายหมื่นตัวจะบินอพยพจากไซบีเรียมายังทะเลสาบเตียนฉือในนครคุนหมิง มณฑลยูนนานเพื่อหนีหนาว ทำให้จะมีนักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปจำนวนมาก แต่นักท่องเที่ยวได้ทำให้นกนางนวลได้รับบาดเจ็บปีกหัก และมีเลือดออก ตำรวจจึงทำการปรับเป็นเงิน

โดยทั่วไปแล้วมูลค่านกนางนวลหัวดำที่กฎหมายกำหนดนั้นอยู่ที่ตัวละ 625 หยวนและจะปรับตั้งแต่ 1-8 เท่า แต่ถ้าจับมากกว่า 20 ตัวขึ้นไปจะถือเป็นการล่าซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ เมื่อเรื่องนี้ถูกแชร์ไปบนโลกออนไลน์ทำให้ชาวเน็ตจีนต่างไม่พอใจและออกมาวิพากวิจารณ์นักท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

ทุเรียนชะนีเกาะช้าง ให้ผลเร็ว เนื้อสีเหลืองสวย เนียนเหนียว รสชาติหวานอร่อย อัพราคา กิโลกรัมละ 150

11-5-696x1044“เกาะช้าง” แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามสุดตะวันออก จังหวัดตราด เป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ก่อนที่จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยว อาชีพหลักชาวบ้านทำสวนผลไม้ ยางพารา ประมง

ทุเรียนพันธุ์ชะนีนั้น ปลูกกันมานานร่วม 50 ปี ระยะหลังหลายคนปรับเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์หมอนทองตามความนิยมของตลาดบ้าง หรือปลูกยางพาราทดแทน เพราะราคาดีกว่า ชาวสวนทุเรียนจึงเหลือเพียง 111 ราย พื้นที่ปลูก 843 ไร่ มีพันธุ์ชะนีที่ปลูกดั้งเดิมอายุ 30-50 ปี เหลืออยู่ 348 ไร่ กระดุม 52 ไร่ พวงมณี 5 ไร่  และหมอนทอง 437 ไร่ ปริมาณทุเรียนเกาะช้างปีละ 476.43 ตัน เป็นทุเรียนชะนีเกาะช้าง ประมาณ 100 ตัน

ตรวจพบ วิตามินอี-ไอโอดีน อพท. ต่อยอดลดปริมาณคาร์บอน ประมูล กิโลกรัมละ 4,000 บาท

ช่วงปี 2553-2555 “ทุเรียนชะนีเกาะช้าง” เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เมื่อปี 2553 คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเกาะช้าง เห็นว่าทุเรียนชะนีเกาะช้างอายุ 30-50 ปี ปลูกในพื้นที่สภาพดินเป็นดินภูเขาไฟ ลาดเอียง มีไอน้ำทะเล อากาศโปร่ง ให้ผลเร็ว เนื้อสีเหลืองสวย เนียนเหนียว รสชาติหวานอร่อย จึงส่งไปทดสอบจาก บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย)จำกัด พบว่า มีวิตามินอี 9.45 mg/100 กรัม และธาตุไอโอดีน 54.27 ug/100 กรัม

หุ่นยนต์สุดสวย “เจียเจีย” เริ่มงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ในงานประชุมเศรษฐกิจที่นครเซี่ยงไฮ้

14840494711484049512lเมื่อช่วงเมษายนก่อนมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งจีน ในเมืองเหอเฟย มณฑลอานฮุย ได้สร้างความฮือฮาเผยโฉม “เจียเจีย” หุ่นยนต์สาวสวยที่มีความสามารถเลียนเเบบมนุษย์ ตั้งเเต่การพูดจาด้วยภาษาง่ายๆ ขยับร่างกายไปมา ขยับริมฝีปาก ไปจนถึงการกลอกตาไปมา เเถมหน้าตายังสวยงามเหมือนนางเอกละครจนเป็นข่าวไปทั่วโลก

ล่าสุด “เจียเจีย” ได้ออกเริ่มปฏิบัติงานครั้งแรกในการเป็นพรีเซ็นเตอร์แนะนำงานในการประชุมด้านเศรษฐกิจที่นครเซี่ยงไฮ้ จัดโดยธนาคารยูบีเอส เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา และด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นด้วยการแต่งองค์ทรงเครื่องให้เจียเจียทำผมและแต่งตัวแบบจีนโบราณยิ่งเป็นที่ดึงดูดผู้มาร่วมประชุมในงาน โดยการปฏิบัติงานครั้งนี้ เจียเจียสามารถสื่อสารโต้ตอบการพูดที่ไม่ซับซ้อน และแสดงสีหน้าได้เมื่อถูกถาม

นายเฉิน เสี่ยวปิง หัวหน้าทีมพัฒนาหุ่นยนต์  กล่าวว่า ไม่เกิน 10 ปี ข้างหน้าหุ่นยนต์ที่พัฒนาเป็นสมองกลอัจฉริยะหรือเอไอ อย่างเจียเจียจะมีมากขึ้นและสามารถทำหน้าที่ภาคการบริการ เป็นพนักงานเสิร์ฟตามร้านอาหารในประเทศจีน ไปจนถึงเป็นนางพยาบาลดูแลที่บ้าน โรงพยาบาล ซึ่งเชื่อว่า 5-10 ปี จะเริ่มเห็นพนักงานหุ่นยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ